สารประกอบไอออนิกมีสมบัติบางประการ ดังนี้
1. สารประกอบไอออนิกทุกชนิดมีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง
2. สารประกอบไอออนิกในสภาวะปกติ จะเป็นของแข็งไม่นำไฟฟ้า แต่เมื่อหลอมเหลวนำไฟฟ้าได้ดี เพราะเมื่อหลอมเหลวไอออนบวก และไอออนลบแยกออกจากกันเล็กน้อย และสามารถเคลื่อนที่ได้
3. สารประกอบไอออนิกมีจุดหลอมเหลว และจุดเดือดสูง เพราะการหลอมเหลว และการเดือดของสารประกอบไอออนิกต้องสลายพันธะ ไอออนิกก่อนซึ่งเป็นพันธะที่แข็งแรงมาก เช่น NaCl มีจุดหลอมเหลว 801 °C
4. สารประกอบไอออนิกบางชนิดละลายน้ำได้แต่บางชนิดไม่ละลายน้ำ
การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิก
เมื่อให้สารประกอบไอออนิกละลายน้ำ จะเกิดการเปลี่ยนแปลง 2 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 ของแข็งไอออนิกสลายตัวออกเป็นไอออนบวก และไอออนลบในภาวะก๊าซ ขั้นนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทดูดพลังงาน เพราะต้องใช้พลังงานเพื่อสลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบ พลังงานที่ใช้ในขั้นนี้ เรียกว่า พลังงานแลตทิช หรือ พลังงานโครงร่างผลึก
ขั้นที่ 2 ไอออนบวก และไอออนลบในภาวะก๊าซรวมตัวกับโมเลกุลของน้ำ กลายเป็นไอออนที่ถูกไฮเดรต เนื่องจากขั้นนี้เกิด แรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวก และไอออนลบกับโมเลกุลของน้ำ ขั้นนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทคายพลังงาน พลังงานที่คายออกมา เรียกว่า พลังงานไฮเดรชัน
การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิก อาจเป็นการเปลี่ยนแปลง ประเภทดูดความร้อน หรือคายความร้อนก็ได้ขึ้นอยู่กับค่าพลังงาน แลตทิช และพลังงานไฮเดรชัน พิจารณาได้ ดังนี้
1. ถ้าพลังงานแลตทิชมากกว่าพลังงานไฮเดรชัน การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิกนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทดูดความร้อน
2. ถ้าพลังงานแลตทิชน้อยกว่าพลังงานไฮเดรชัน การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิกนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทคายความร้อน
3. ถ้าพลังงานแลตทิชเท่ากับพลังงานไฮเดรชัน การละลายน้ำของสารประกอบไอออนิกนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน
4. ถ้าพลังงานแลตทิชมากกว่าพลังงานไฮเดรชันมากๆ สารประกอบไอออนิกนั้นละลายน้ำได้น้อยมากจนถือว่าไม่ละลาย เพราะว่า แรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบแข็งแรงมาก โมเลกุลของน้ำจึงไม่สามารถดึงให้แยกออกจากกันได้ หรือกล่าวได้ว่าแรงดึงดูด ระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบแข็งแรงกว่าแรงดึงดูดระหว่างไอออนกับโมเลกุลของน้ำมาก
|